เมื่อถึงวันนี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีแง่มุมใดในชีวิตของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
อีกแล้ว ที่ยังไม่มีใครเขียนถึงทั้งข้อเขียนและบทสัมภาษณ์นับจำนวนชิ้นไม่ถ้วนนั้น ได้สะท้อนให้ประชาชนไทยทั่วไปเห็นภาพของ ผู้ชายคนหนึ่ง... คนที่ประสบความสำเร็จ และมีความสามารถจนยากที่จะสรรหาคำมาอธิบาย เมื่อถึงวันนี้... ชีวิตของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
ก็กลายเป็นตำนานซึ่งจะเป็นที่เล่าขานกันต่อไปอีกนานแสนนาน
ตำนานเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แน่นอนว่าบทแรกของตำนานก็จะต้องเริ่มต้นที่สลัมย่านบางแค ฝั่งธนบุรี ที่บ้านเล็กๆ หลังหนึ่ง ซึ่งทุกคนในบ้านล้วนรักดนตรี บ้านหลังนี้อัตคัดขัดสนหนักหนา ถึงขนาดว่าในบางมื้อ บางคราวกับข้าวพิเศษ คือ แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ และทุกคนในครอบครัวที่ร่วมวงก็ตั้งหน้าตั้งตาตักแต่น้ำแกง ด้วยความเกรงใจซึ่งกันและกัน เกรงว่ามะระยัดไส้หมูสับนั้นจะแหว่ง !
ชีวิตเบื้องต้นของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
ผ่านความลำบากยากจนมาขนาดนั้น การที่ชีวิตของใครคนหนึ่งจะกลายเป็นตำนานนั้นไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเริ่มต้นที่ความทุกข์ยากขัดสน แต่ความทุกข์ยากขัดสนนั้นเป็นสีสันที่จะช่วยเน้นให้ภาพชีวิตเกิดความคมชัดในความเป็นสามัญยิ่งขึ้น ว่ากันว่าความยากจนนั้นเป็นคุณสมบัติที่งดงามของความเป็นมนุษย์ เพราะมันไม่มีการหลอกหลอนเสแสร้ง และเหนือสิ่งอื่นใด ความยากจนเกื้อให้เกิดความรักอันมีพื้นฐานอยู่บนความจริงใจสุจริต เหมือนความรักที่เกิดขึ้นในบ้านหลังเล็กที่รักดนตรีย่านสลัมบางแคแห่งนั้น
การกล่าวว่าชีวิตของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
ได้กลายเป็นตำนานไปแล้วนั้น ไม่ได้เป็นการกล่าวที่เกินเลย ชีวิตและความสามารถ ความสำเร็จของเขาจะเป็นที่เล่าขานต่อไปในฐานะของปรากฏการณ์อัศจรรย์ของสังคม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเป็นนักร้องนักแสดงที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากคนไทยทั่วไป ทุกเพศทุกวัย ทุกสังคม ทุกฐานะ ความเป็นปรากฏการณ์อัศจรรย์ของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
นั้น อยู่ที่การได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ ผู้นิยมในตัวเขาอย่างเนืองแน่นในทุกที่ ที่เขาไปปรากฏตัว ไม่ว่าจะเป็นตามถนนหนทางในงานเลี้ยงงานแสดงดนตรี หรือแม้แต่การปรากฏตัวทางโทรทัศน์ ภาพการถูกรุมล้อมจากแฟนๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งชายและหญิงของเขานั้นดูจะเป็นภาพที่คุ้นตา สำหรับใครก็ตามที่ได้เจอะเจอตัวเขา
เรื่องความสามารถของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
นั้นนับเป็นอัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งได้เช่นกัน ไม่ว่าจะในเรื่องการร้องเพลง การเต้น การพูดจา หรือการแสดง และไหวพริบปฏิภาณในการโต้ตอบสนทนา หรือการดำเนินการแสดงให้ต่อเนื่อง สนุกสนาน เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความสามารถในการที่จะร่าเริงยิ้มแย้มตอบสนอง การรุมล้อมของแฟนๆ ผู้ให้ความนิยม นับเป็นความสามารถพิเศษอย่างยิ่งในการให้ความบันเทิงกับผู้คนโดยแท้... ความสามารถอันเป็นเอกนี้พาตัวเขามา และค่อยๆ พาตัวเขาไปสู่ความเป็นตำนาน เป็นตำนานที่ยังมีชีวิต เป็นสมบัติของผู้คน เป็นคนที่ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวอีกต่อไป ทุกวินาทีทุกขณะจิตของเขาเป็นที่จับจ้องของคนจำนวนเป็นล้านๆ...
ความสำเร็จของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
นั้นเป็นความสำเร็จที่เป็นแบบอย่างให้กับใครก็ได้ เพราะเป็นความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นความสำเร็จที่ดำเนินมาตามขั้นตอนเป็นจังหวะชีวิตที่สืบเนื่อง และเป็นความสำเร็จที่ได้มาโดยการทำงานหนักอย่างยิ่ง
"ธงไชย แมคอินไตย์"
เป็นหนึ่งในมนุษย์งานของสังคมนี้ และเป็นยิ่งกว่ามนุษย์งานอีกหลายคน เนื่องจากเขาเป็นคนที่อุทิศชีวิตทุ่มเทให้กับงาน ทั้งการฝึกฝน การเตรียมตัวให้พร้อม การซ้อมและการดำเนินชีวิต...
งานกำหนดการดำเนินชีวิตของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
แม้กระทั่งการพักผ่อนก็เป็นการพักผ่อนในจังหวะของการทำงาน ความสำเร็จของเขาจึงมีที่มา และที่มาอันเห็นชัดกระจ่างแจ้งประการหนึ่งก็คือ เขาทำงานหนัก ชีวิตวันนี้ของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
สำเร็จ สำเร็จและสำเร็จ จนกระทั่งหลายต่อหลายคนเริ่มสงสัยว่า แล้วเขาจะไปไหน เขาจะอยู่อย่างไร เขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเวลาของเขาหมดลง
คนที่สงสัยจำนวนไม่น้อยที่ลืมไปว่า
"ธงไชย แมคอินไตย์"
มาจากไหน... เขามาจากสลัมบางแค เขามาจากพื้นดิน และไม่ว่าใครจะเห็นว่าเขาหลุดลอยอยู่ในห้วงนภากาศหนไหน สังเกตใกล้ชิดก็จะรู้ว่าสองตีนของเขาติดดินอยู่เสมอ เป็นพื้นดินที่สลัมบางแค ใครที่รู้จัก
"ธงไชย แมคอินไตย์"
ดี เมื่อนึกถึงเขาก็นึกถึงความร่าเริงสนุกสนาน เป็นคนที่เพื่อนฝูงน้องนุ่งและญาติผู้ใหญ่อยากให้อยู่ใกล้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้นได้เสมอ เขาเป็นผู้ชำนาญพิเศษในการสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสุข เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นหนึ่งในผู้มองมะระยัดไส้หมูสับในชามแกงด้วยความเกรงใจ เป็นมาตั้งแต่สมัยเรียนพาณิชย์ สมัยทำงานธนาคาร และเป็นมาจนสมัยนี้ที่เป็น
"พี่เบิร์ด"
ของน้องๆ แฟนเพลง เป็นเบิร์ดของใครต่อใครอีกนับล้านๆ
ถ้าจะพูดว่า
"ธงไชย แมคอินไตย์"
มีพรสวรรค์ก็ควรจะเป็นตรงนี้ ตรงที่เขามีชีวิตทั้งนอกและในเวที ทั้งล่างและบนเวทีงานคอนเสิร์ตเพื่อความสุขของคนอื่น เขาได้รับพรจากสวรรค์ในประการนี้มา และใช้พรแสวงคือการทำงานหนักของตัวเอง กระจายพรสวรรค์ไปสู่กลุ่มชนอย่างทรงประสิทธิภาพ
คนใกล้ชิดบางคนเคยพยายามสังเกตว่าเมื่อไรที่
"ธงไชย แมคอินไตย์"
จะมีทุกข์ และเมื่อมีทุกข์เขาจะรับมันไว้และแสดงออกอย่างไร บางคนเหล่านั้นอยากรู้และไม่สามารถจะนึกภาพนั้นได้ออก เขาก็ยังคงนึกไม่ออก จนกระทั่งทุกวันนี้ เป็นไปไม่ได้ว่า
"ธงไชย แมคอินไตย์"
จะไม่เคยมีทุกข์ ความทุกข์นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ต้องมีด้วยกันแต่ใครจะรับมันไว้อย่างไร จะเก็บมันอย่างไรและจะทิ้งมันไปอย่างไรเท่านั้นเอง ตั้งแต่ต้นมาจนทุกวันนี้ไม่เคยมีใครเห็นความทุกข์ของ
"ธงไชย แมคอินไตย์"
ดูเหมือนว่าภาระหน้าที่ซึ่งจะต้องสร้างความสุขหรรษาให้กับคนอื่นทั้งกับแฟนๆ และผู้คนแวดล้อมนั้นจะยิ่งใหญ่สำคัญสำหรับตัวเขา สำคัญเกินกว่าที่เขาจะปล่อยให้ความทุกข์ใดๆ ที่มีอยู่ออกมาทางสีหน้า
และนี่คือส่วนหนึ่งเรื่องหนึ่งที่ผลักดันให้ชีวิตของเขาเป็นตำนาน ตำนานเรื่องนี้ยังไม่จบ และจะมีการแต่งเติมต่อๆไป สถานภาพที่
"ธงไชย แมคอินไตย์"
เป็นอยู่ทุกวันนี้หากจะนับว่าหนักหนาสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง ก็กล่าวได้ว่าหนักหนาอยู่มาก ไม่มีที่อยู่ใดจะอยู่แล้วมีความสุขเท่ากับอยู่ในใจคน และในเวลาเดียวกันก็ไม่มีที่อยู่ใดที่จะเป็นอันตรายได้มากเท่ากับอยู่ในใจคน คนเราจะอยู่ในใจคนด้วยกันได้นานแค่ไหน
"ธงไชย แมคอินไตย์"
อยู่ในใจของคนจำนานมากมายมหาศาลมาแล้วเป็นเวลาเนิ่นนาน เชื่อกันว่าด้วยบุคลิกภาพของเขาด้วยการทำงานอย่างทุ่มเท ด้วยพรสวรรค์ ด้วยการเสียสละ ด้วยใจอันงาม เขาจะอยู่ในใจของใครต่อใครไปได้อีกนานนิรันดร์ และจะเป็นตำนานอันสืบเนื่องต่อไป....
เป็นตำนานที่จะเล่าขานกันด้วยความสุข และรอยยิ้มของผู้คน
เป็นตำนานชีวิตต่อสู้อุตสาหะ บากบั่น
เป็นตำนานของความรักและเสียงดนตรี
เป็นตำนานของ
"เบิร์ด" ธงไชย แมคอินไตย์...
จากหนังสือเฉพาะกิจ Bird's Story